
ปัญหาเหล่านี้ เป็นปัญหาที่คนเลี้ยงม้าคงไม่อยากประสบพบเจอ แต่ในบางครั้งโชคร้ายก็ตกอยู่กับม้าของเรา บทความนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าเมื่อลูกม้ากำพร้า เพราะแม่ม้าตาย แม่ม้าไม่มีนม หรือแม่ม้าปฏิเสธลูกม้า เราควรทำอย่างไร ก่อนไปถึงตรงนั้น เรามาทำความเข้าใจกับการเจริญพัฒนาของระบบทางเดินอาหารของลูกม้าแรกเกิดกันครับ
Gastrointestinal development in the Foal การเจริญพัฒนาของทางเดินอาหารในลูกม้า
ลูกม้าแรกเกิด จะใช้เอนไซม์แลคเตส (Lactase) เป็นหลัก แลคเตสเป็นเอนไซม์ที่อยู่ในลำไส้เล็กของลูกม้า ทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลแลคโตส (Lactose) ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักในน้ำนมของแม่ม้า และขณะที่ลูกม้าโตขึ้นเอนไซม์มอลเตส (Maltase) ก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อลูกม้าอายุ 3-4 เดือน เอนไซม์มอลเตสจะเพิ่มขึ้นจนเทียบเท่ากับเอนไซม์แลคเตส จนเมื่อลูกม้าโตขึ้นเรื่อยๆ เอนไซม์มอลเตส ก็จะทำหน้าที่เป็นเอนไซม์หลักที่คอยย่อยสารอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตในลำไส้เล็ก
ในช่วงเดือนแรกๆ ของลูกม้า ลำไส้เล็กจะยังพัฒนาไม่เต็มที่ โดยลำไส้เล็กของลูกม้าจะมีการเจริญพัฒนามากขึ้นทั้งความยาว ขนาด และการทำงาน เมื่อลูกม้าอายุได้ 5-6 เดือน การทำงานของทางเดินอาหารก็จะสามารถรองรับการกินหญ้าได้เช่นเดียวกับม้าโต และเริ่มมีการพัฒนาของลำไส้ใหญ่ส่วน Large Colon และ Caecum มากขึ้น
พฤติกรรมการกินขี้ (Coprophagy)
Copro = ขี้ Phagy = กิน, หลายคนคงเห็นลูกม้าแรกเกิดกินขี้แม่ม้ากันมาบ้าง โดยพฤติกรรมนี้จะมากขึ้นเรื่อยๆ และพบเห็นได้มากที่สุดในลูกม้าอายุประมาณ 2 เดือน ลูกม้าบางตัวกินขี้แม่ตัวเอง แต่บางตัวก็กินขี้ของม้าตัวอื่นๆ ด้วย
สาเหตุของการกินขี้ของลูกม้า ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดจนถึงทุกวันนี้ แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์หลายคนพยายามอธิบายโดยการใช้ทฤษฏีต่างๆ ดังนี้
Crowell Davis และ Houpt คาดว่าลูกม้ากินขี้แม่ม้า เพราะในขี้แม่ม้ามีฟีโรโมน ทำให้ลูกม้าอยากกิน ในขณะที่ Francis Smith และ Wood-Gush บอกว่าลูกม้ากินขี้แม่ม้าเพราะว่า ในขี้แม่ม้ามีแบคทีเรียที่สำคัญที่ลูกม้าต้องใช้ในการปรับสภาพทางเดินอาหาร (Gut Flora) และในขี้แม่ม้ายังมีวิตามินอีกด้วย โดยม้าสามารถผลิตวิตามินได้ด้วยการหมักอาหารเยื่อใยที่ลำไส้ใหญ่ แต่ไม่สามารถดูดซึมได้ดีนักจีงมีวิตามินออกมากับขี้ม้าด้วย วิตามินบีเยอะด้วย ใครสนใจก็เอามาลองกินเป็นอาหารเสริมดูนะ
หลังจากหาข้อมูลพบว่ามันมีหลายวิธีที่สามารถทำได้ในกรณีนี้ ไม่ใช่แค่การหาซื้อนมอะไรอย่างอื่นให้ลูกม้าเท่านั้น การใช้น้ำนมมั่วๆ โดยขาดความรู้ความเข้าใจ อาจส่งผลให้ลูกม้าตายได้ มันอันตรายขนาดนั้นเลยทีเดียว
********************************************
การใช้แม่ม้าตัวอื่นเลี้ยงลูกม้า การใช้แม่แพะเลี้ยงลูกม้า และการใช้นมทดแทน เป็นวิธีการที่สามารถใช้ได้ในกรณีนี้ครับ
การใช้แม่ม้าตัวอื่นเลี้ยงลูกม้า (Nursing mare)

แม่นมไม่ได้มีแค่ในคน แต่มีในม้าด้วยครับ วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดและยากที่สุดในเวลาเดียวกัน เพราะการหาแม่ม้าที่กำลังให้นมในเมืองไทยนั้นไม่ง่าย เพราะปริมาณม้าในเมืองไทยไม่ได้มีมากเหมือนในต่างประเทศ แม่ม้าที่ลูกม้าตายหลังคลอดสามารถนำมาใช้เป็นแม่ม้าให้นมได้ โดยแม่ม้าให้นมส่วนใหญ่จะยอมรับลูกม้าตัวใหม่ ภายใน 12 ชั่วโมง ถึง 3 วัน แต่แม่ม้าบางตัวก็ปฏิเสธลูกม้าในช่วงแรก และอาจต้องใช้เวลานานถึง 10 วันกว่าจะยอมรับลูกม้า โดยในช่วงที่แนะนำลูกม้ากับแม่ม้านั้นต้องเฝ้าระมัดระวังเป็นอย่างมาก การจับบังคับแม่ม้าควรทำด้วยความนุ่มนวล และควรเลือกใช้วิธีที่ไม่ทำให้แม่ม้าเครียด
แม่ม้านม เป็นตัวเลือกที่ช่วยให้ลูกม้าได้รับสารอาหารตามธรรมชาติ และลูกม้าก็จะได้เรียนรู้พฤติกรรมตามธรรมชาติจากแม่ม้าอีกด้วย
การใช้แม่แพะเลี้ยงลูกม้า (Nursing Goat)

นอกจากแม่นมม้า ยังมีแม่นมแพะด้วยครับ! โดยเราสามารถหาแพะนมได้จากคนเลี้ยงแพะนั่นเอง แต่แพะตัวที่ว่าจะต้องมีพฤติกรรมที่ดีด้วย บางครั้งอาจต้องฝึกแม่แพะให้สามารถยืนบนก้อนฟางได้ เพื่อให้ลูกม้าดูดนมได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม พบว่าหลายครั้งลูกม้ากำพร้าที่รับนมจากแม่แพะจะสามารถปรับตัวหาท่าทางที่เหมาะสมในการดูดนมจากแม่แพะได้
แต่ลูกม้าที่เลี้ยงโดยการใช้แม่แพะนม เมื่ออายุได้ 2 สัปดาห์ ก็ควรสอนให้กินอาหารเม็ดด้วย โดยอาจจะใช้เป็นนมอัดเม็ดสำหรับลูกม้า หรืออาหารผสมอื่นๆ นอกจากนี้ก็ควรเตรียมน้ำและหญ้าให้กับลูกม้าด้วย และเราอาจใช้แม่นมแพะ 2 ตัว ในการเลี้ยงลูกม้าก็ได้ เพื่อให้ลูกม้าได้รับสารอาหารที่พอเพียง
ถึงแม้ว่าน้ำนมแพะจะมีองค์ประกอบที่ใกล้เคียงกับน้ำนมม้า แต่ก็ไม่เหมือนน้ำนมม้าทั้งหมด นมแพะมีองค์ประกอบของไขมัน โปรตีน และแลคโตสมากกว่าน้ำนมม้า แต่มีน้ำในอัตราส่วนที่น้อยกว่าน้ำนมม้า (น้ำนมแพะจึงข้นกว่าน้ำนมม้า)
*น้ำนมทดแทน (Milk Replacer)
เมื่อแม่นมหาไม่ได้ น้ำนมทดแทนก็เป็นตัวเลือกถัดไป โดยปัจจุบันมีการทำน้ำนมทดแทนสำหรับลูกม้ามาขายในท้องตลาดแล้ว (แต่บ้านเราเท่าที่ทราบข่าว น่าจะมีแค่ของ Pavo ที่นำเข้ามา) เมื่อเลือกใช้น้ำนมทดแทน สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือข้อมูลการวิเคราะห์สารอาหารในน้ำนมจากผู้ผลิต
ความเข้มข้นของพลังงานที่ได้จากน้ำนมทดแทนควรจะใกล้เคียงกับน้ำนมแม่ม้า โดยควรมีพลังงงาน 0.5 Mcal/kg as fed โปรตีน (Crude Protein) 22% DM ไขมัน (Crude fat) 15% DM เยื่อใย (Crude fiber) น้อยกว่า 0.2% DM และ ปริมาณของแข็งในน้ำนม (Total Solid) 11% as feed นอกจากนี้น้ำนมทดแทนก็ยังควรมีปริมาณแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ที่ตรงกับที่ลูกม้าควรได้รับด้วย

ก่อนใช้น้ำนมทดแทน สิ่งที่ควรทราบคือ แหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ผสมอยู่ในน้ำนมทดแทนนั้นมาจากอะไร ผลิตภัณฑ์บางตัวอาจใช้ Maltodextrins และ Corn syrup ทดแทนการใช้ Lactose เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตได้ ซึ่งในลูกม้าอายุไม่ถึง 1 เดือน เอนไซม์มอลเตส (Maltase) จะมีอยู่ในระดับต่ำมาก ส่งผลให้ลูกม้าไม่สามารถย่อย Maltodextrins และ Corn syrup ได้ และน้ำตาลที่ไม่ถูกย่อยก็จะถูกหมักที่ลำไส้ส่วนไส้ตัน (Colon) แทน จึงทำให้เกิดการผลิตแก๊สในท้องจำนวนมาก และนำมาซึ่งภาวะท้องอืด และท้องเสียได้
ในน้ำนมทดแทนบางชนิดจะมีปริมาณแร่ธาตุที่สูงเกินไป แร่ธาตุดังกล่าวได้แก่ แคลเซียม เหล็ก ซัลเฟอร์ โพแทสเซียม โซเดียม ทองแดง ฟอสฟอรัส สังกะสี และแมกนีเซียม ซึ่งในน้ำนมทดแทนแต่ละยี่ห้อก็จะมีปริมาณแร่ธาตุเหล่านี้แตกต่างกันไป
การที่มีแร่ธาตุเหล่านี้ในระดับสูง ไม่ได้ส่งผลให้มีอันตรายกับลูกม้ามากนัก แต่ก็มีรายงานทางสัตวแพทย์ที่พบว่าระดับโพแทสเซียมที่สูง จะทำให้ลูกม้าเกิดอาการอัมพฤกษ์ที่เรียกว่าภาวะ hyperkalemic periodic paralysis ได้ หรืออาจะทำให้เกิดการกดการทำงานของไต (Renal compromise) ได้
แม้ว่าน้ำนมทดแทนสำหรับทารก ลูกแพะ ลูกวัวจะมีราคาถูก แต่น้ำนมเหล่านั้นก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนน้ำนมในลูกม้าโดยตรง และที่สำคัญน้ำนมทดแทนสำหรับสัตว์บางประเภทก็ยังมีการผสมยาปฏิชีวนะด้วย ซึ่งไม่ควรที่จะนำมาใช้กับลูกม้าเด็ดขาด
สรุปง่ายๆ ถ้าหาแม่นมไม่ได้ ผมแนะนำให้ใช้นมผงเด็กครับ
ใช้สูตรสำหรับเด็กแรกเกิดเท่านั้น
ลูกม้าแรกเกิด – 1 เดือน ป้อนทุก 1-2 ชั่วโมงครับ โดยต้องป้อนไปจนถึงอายุ 4-6 เดือน โดยที่อายุ 4 เดือน เราเริ่มหัดให้ลูกม้ากินอาหารเม็ดได้แล้วครับ เพื่อหย่านมที่ 6 เดือน
โดยควรเสริมแร่ธาตุต่างๆ เพื่อให้ลูกม้าได้รับแร่ธาตุอย่างครบถ้วนเพื่อการเจริญเติบโตด้วย

ปริมาณน้ำนมที่ควรให้
- ปกติแม่ม้าจะสร้างน้ำนมประมาณ 3% ของน้ำหนักตัว ในช่วง 3 เดือนแรก (12-13 ลิตร ต่อวัน สำหรับแม่ม้าน้ำหนัก 450 kg)
- มีการเก็บข้อมูลในม้าอายุ 11 วัน ว่าจะกินนมมากถึง 27% ของน้ำหนักตัว (12 ลิตร ต่อวัน สำหรับลูกม้า 45 kg)
การที่ลูกม้าจะกินน้ำนมให้ได้ในปริมาณที่กล่าวไปข้างต้นนั้นหมายความว่าลูกม้าจะต้องกินถี่มาก
- สัปดาห์แรก ให้ป้อนทุกๆ 1 ชั่วโมง หรือหากเป็นไปได้ให้ป้อนชั่วโมงละ 2 ครั้ง
- สัปดาห์ที่ 2 ให้ป้อนทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือหากเป็นไปได้ให้ป้อนชั่วโมงละ 1 ครั้ง
- สัปดาห์ที่ 3 ให้ป้อนทุกๆ 2-3 ชั่วโมง และหากสามารถฝึกให้ลูกม้าดื่มเองจากถังได้ก็จะจัดการการเลี้ยงได้ง่ายขึ้น โดยต้องระวังเรื่องน้ำนมเน่าบูดจากการทิ้งไว้นานเกินไปร่วมด้วย
- การป้อนนมควรป้อนไปจนลูกม้าอายุอย่างน้อย 4 เดือน โดยที่อายุ 4 เดือน เราเริ่มหัดให้ลูกม้ากินอาหารเม็ดได้บ้างแล้วครับ
- หากให้ลูกม้ากินอาหารเม็ดก่อนอายุ 3-4 เดือน จะพบว่าลูกม้าท้องเสียได้เนื่องจากลูกม้ายังไม่สามารถย่อยสารอาหารจากอาหารเม็ดได้
- เมื่อลูกม้าอายุครบ 6 เดือนปริมาณเอนไซม์แลคเตสจะเหลือน้อยมาก หากลูกม้ายังกินนมต่อจะทำให้ลูกม้าท้องเสียจากน้ำนมได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงทั้งในลูกม้าที่ป้อนนม หรือควรหย่านมจากแม่ม้าไม่ให้ลูกม้ากินนมอีก
หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ
Reference:
Neonatal Nutrition, Equine Neonatal Medicine, Elsevier, 2006

